มีคำที่ติดใจอยู่ 2 คำ เวลาได้ยินคนที่มีปัญหารักพูดถึงทีไร
คันปากอยากจะบอกจริง ๆ เลยว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น
2 คำนั้น คือ คำว่า "แย่ง" กับ "ทิ้ง"
กรณีมันก็เกิดแบบว่า คนที่รักกันอยู่แล้ว ต่อมามีคนที่สามย่างกรายเข้ามา
แล้วคนหนึ่งก็ไปกับคนใหม่นั้น คนที่เหลืออยู่ก็จะพูดว่า
เขาทิ้งฉันไปแล้ว คนนั้นมาแย่งคนรักของฉันไป
ว่าแล้วก็ เศร้าสร้อยโศกาอาดูร กับ ความอาภัพรักของตัวเอง
ทับถมตัวเองว่า มีค่าน้อย เขาถึงทิ้งไปมีคนใหม่
แล้วความคิดในแง่ลบทั้งหลายก็จะพรั่งพรูกันเข้ามา
ทำให้เกิดความเจ็บช้ำระกำทรวงมากขึ้นไปอีก
นี่ ถ้าเข้าใจคำว่า "ทิ้ง" กับคำว่า "แย่ง" ให้ดี
ก็จะไม่ต้องทุกข์มากขนาดนั้น
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดมาก ๆ ก็คือ คิดว่า คนรักนั้นเป็นของเรา
ตรงนี้ต้องแก้ไขความเข้าใจผิดนี้เสียก่อนเป็นเบื้องแรก
เพราะมันสำคัญมาก ถ้าเรามีแนวคิดว่า คนรักเป็นของเรา
เมื่อมีใครมาเอาไป เราจึงรู้สึกว่า ถูกแย่งไป
ขณะเดียวกัน ถ้าเราคิดว่า เราเป็นของคนรัก เมื่อคนรักจากไป
เราก็รู้สึกว่า ถูกทิ้ง
ความจริงแล้วในเรื่องของความรักนั้น ไม่มีใครเป็นเจ้าของใครเลย
นี่คือ ความจริง ส่วนที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า เราเป็นของกันและกันนะ
เขาเป็นคนมีเจ้าของแล้วนะ หรือ แต่งงานเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว
อะไรทำนองนี้ เหล่านั้นล้วนแต่เป็นคำเปรียบเทียบให้เราคิดถึงกันและกัน
ดูแลถนอมน้ำใจกันดุจเดียวกับเป็นเจ้าของซึ่งกันและกัน
มันแค่คำเปรียบเทียบ ไม่ใช่ความจริงแท้ อย่าไปหลงยึดมั่นถือมั่นว่า
มันเป็นจริงดังนั้นให้มากเกินไป
เมื่อเรารักใคร เรายังคงเป็นเราอยู่เหมือนเดิม
เราอาจจะมีการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับคนที่เรารักเพื่อให้ความสุขแก่เขา
ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง แต่เราก็ยังคงความเป็นตัวของเราอยู่
เรามีส่วนหนึ่งที่เราไม่แชร์ร่วมกับใคร เป็นส่วนที่เป็นส่วนตัวของเราจริง ๆ
ส่วนนั้นเรามักจะไม่เปลี่ยนเพื่อใคร และมันเป็นแก่นแท้ของเรา
อาจจะเรียกว่า ส่วนที่เป็นหลักการในตัวเราไม่เคยเปลี่ยน
แต่เราปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะสมกับคนที่เราสัมพันธ์อยู่เท่านั้นเอง
เมื่อเรารักเขา เราจะแบ่งปันส่วนหนึ่งของเราร่วมกับเขาอย่างเต็มใจ
เรามีความสุขกับส่วนนี้ แต่เราไม่ได้สูญเสียความเป็นตัวเราให้กับคนที่เรารัก
และในทางกลับกัน คนที่เรารักก็ไม่ใช่ของเรา เขายังคงเป็นเขา
ที่มีส่วนหนึ่งร่วมชีวิตกับเรา ต่างคนต่างยังคงมีอิสรภาพในตัวเองเหมือนเดิม
มีความคิดมีจิตใจ มีสิ่งที่อยากจะทำตามที่เขาต้องการเสมอ
สิ่งใดที่ทำร่วมกันได้อย่างมีความสุขก็ทำร่วมกัน
สิ่งใดแตกต่างกันมากก็แยกกันทำ ก็จะอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข
การมีอิสร ะในความรักเป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะมันจะทำให้รักนั้นไม่ถูกกักขัง มันจึงพร้อมที่จะเติบโตงอกงามขึ้นได้เรื่อย ๆ
ส่วนรักที่เป็นเจ้าข้าวเจ้าของนั้น เป็นรักที่จำกัด น่าอึดอัด ไม่อาจขยับขยายแผ่กระจาย
ความรักออกไปได้ ความรักเป็นเรื่องของจิตใจไม่ใช่วัตถุ
คนรักไม่ใช่วัตถุที่เราจะถือเป็นเจ้าของได้ เขามีชีวิตจิตใจของเขา
เขาต้องการอิสระเช่นเดียวกับที่เราต้องการ
ฉะนั้น คนรักของเราจึงไม่ใช่ "ของ" ของเรา
และเราก็ไม่ใช่ "ของ" ของเขาเช่นกัน
เมื่อไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร คนรักของเราก็ไม่ใช่ของเรา
แล้วเราจะโดนแย่งคนรักไปได้อย่างไรล่ะ ถ้าเขาจะไป ก็เป็นเพราะเขาต้องการไป
ไม่ใช่เป็นเพราะมีใครมาแย่ง เขาตัดสินใจด้วยชีวิตจิตใจของเขาเอง
เขาต้องรับผิดชอบสิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่โดนใครแย่งไป
และคนที่มาทีหลังก็ไม่ได้แย่งเรานะ
เขาก็เพียงชอบคนรักของเราเท่านั้น
ไม่ได้มีความผิดอะไรเลยแม้แต่น้อย
อย่ารู้สึกไม่ดีกับเขา
ถ้าคนรักของเราเป็นคนดี น่าคบ น่ารัก การที่มีคนมารักอีก นอกจากเราก็ถือเป็นเรื่องปกติ
เมื่อเขาตัดสินใจไป เราก็ไม่ได้ถูกเขาทิ้งนะ
เพราะเราไม่ใช่ของเขา เราเพียงรักเขา แต่ไม่ใช่ของเขา
เมื่อไม่ใช่ของเขา เขาจะทิ้งไปได้อย่างไรล่ะ
เราเป็นของเราต่างหาก เราเป็นของเรามาตลอดเวลา
เราไม่เคยถูกใครทิ้งหรอก อย่าไปสร้างภาพหลอกตัวเองให้ทุกข์มากขึ้น
มาสร้างภาพหลอกตัวเองให้เป็นสุขจะดีกว่า
บางทีเราชอบมองอะไรด้านเดียว มองแต่ตัวเองเป็นหลัก มันจึงไม่เห็นความจริงทั้งหมด
การที่คนรักจะเปลี่ยนใจจากเราไป อาจมีต้นเหตุมาจากตัวเราก็ได้
อะไรที่เราทั้งสองไม่เหมาะสมกัน นั่นคือ สิ่งที่ควรหาให้พบ
เพื่อการรู้จักและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ดีขึ้นในที่นี้ หมายถึง ในความเห็นของเรานะ
ไม่ใช่ดีขึ้น เพื่อให้คนอื่นพอใจ โดยมีคนอื่นเป็นคนตัดสิน
แต่เราตัดสินตัวเองว่า สิ่งใดควรทำให้ดีขึ้นได้ พัฒนาเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อให้เขากลับมา
ถ้าเรามองความรักว่า เป็นเรื่องของการให้อิสรภาพแก่กันและกันได้
เรื่องการถูกแย่งถูกทิ้งก็จะหายไปเองโดยอัตโนมัติ จะไม่มีคำนี้อยู่ในพจนานุกรมของชีวิตเราเลย
นี่เป็นความรักแบบที่ควรจะเป็น แต่มีน้อยคนที่จะทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพราะเราติดอยู่ในความเป็นเจ้าของกันมานานมาก
เราจึงต้องพยายามฝึกหัดเพื่อลดความเป็นเจ้าของนี้ลง เรื่อย ๆ
เมื่อความเป็นเจ้าของน้อยลง การยึดติดก็จะน้อยลงตามไปด้วย
และเป็นผลให้เราไม่เสียใจมากนักที่คนรักเราจะเปลี่ยนใจจากไป
เขาไปตามทางของเขา ทางที่เขาคิดว่าดีที่สุดของเขา
เราก็ไปตามทางของเรา ทางที่เราคิดว่าดีที่สุดของเราเช่นกัน
เราจากกันด้วยความเข้าใจ เรื่องมันก็จะจบลงด้วยดีในที่สุด
อยากให้คนรักที่จากกันรู้สึกต่อกันอย่างนี้จริง ๆ
ความรักที่แท้จริงไม่เคยมีเจ้าของ ไม่มีใครยึดครองความรักได้ตลอดไป
มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปเสมอ
ขณะที่มันตั้งอยู่ ควรดูแลรักษาและดื่มด่ำกับความรักนั้นให้เต็มที่
และเมื่อมันดับไป ก็อย่าได้เสียใจมากนัก
เพราะความรักต้องเป็นเช่นนั้นเอง